Skip to main content
Table of Contents
< All Topics
Print

วิธีการสร้างใบสั่งขาย

(How to create sales order)

ขั้นตอนที่ 1: เปิดเมนูใบสั่งขาย

(Step 1: Open the Sales Order Menu)

  • ขยายเมนู การขาย (Sales) ทางด้านซ้ายของหน้าจอ
  • คลิกที่ ใบสั่งขาย (Sales Order) เพื่อเข้าสู่หน้าจัดการใบสั่งขาย (Sales Order Management)

ขั้นตอนที่ 2: เปิดแบบฟอร์มเพิ่มใบสั่งขายใหม่

(Step 2: Open the Add New Sales Order Form)

  • คลิกปุ่ม เพิ่มข้อมูลใหม่ (Add New +)
    ซึ่งอยู่ที่มุมขวาบนของหน้าจอจัดการใบสั่งขาย
  • ระบบจะแสดงแบบฟอร์มข้อมูลใบสั่งขาย (Sales Order Information Form)

ขั้นตอนที่ 3: กรอกข้อมูลใบสั่งขาย

(Step 3: Fill in the Sales Order Information)

กรอกข้อมูลในแต่ละแท็บตามรายละเอียดดังนี้:

3.1 แท็บข้อมูลทั่วไป

(Information Details)

  • วันที่ใบสั่งขาย (S/O Date): ระบุวันที่ของใบสั่งขาย (เช่น “04/02/2025”)
  • ประเภทใบสั่งขาย (S/O Type): เลือกประเภทใบสั่งขาย เช่น ภายในประเทศ (Domestic) หรือ ส่งออก (Export)
  • วางบิลที่ (Bill To): ระบุลูกค้าหรือบริษัทที่ใช้สำหรับวางบิล
  • ลูกค้า (Customer): เลือกลูกค้าสำหรับใบสั่งขายนี้
  • ประเภทคำสั่งซื้อ (Order Type): เลือกประเภทของคำสั่งซื้อ
  • จัดส่งไปที่ (Ship To): ระบุที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้า
  • สกุลเงิน (Currency): เลือกสกุลเงินที่ใช้ในใบสั่งขาย (เช่น THB)
  • เงื่อนไขการชำระเงิน (Payment Term): ระบุเงื่อนไขการชำระเงิน (ไม่บังคับ)
  • เลขที่ Revision (Revision No.): ระบุหมายเลข Revision หากมี (ไม่บังคับ)
  • วันที่ Revision (Revision Date): ระบุวันที่ Revision หากต้องการ (ไม่บังคับ)
  • ผู้รับผิดชอบ (Person in Charge): เลือกผู้รับผิดชอบใบสั่งขายนี้
  • หมายเหตุ (Remark): ระบุหมายเหตุหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับใบสั่งขาย (ไม่บังคับ)
  • เร่งด่วน (Urgent): ทำเครื่องหมาย หากเป็นคำสั่งซื้อเร่งด่วน

3.2 แท็บการจัดส่ง

(Shipping Details)

  • ท่าเรือส่งมอบ (Delivery Port): ระบุหรือเลือกท่าเรือสำหรับการส่งมอบสินค้า
  • ท่าเรือปลายทาง (Ship To Port): ระบุท่าเรือปลายทาง (ถ้ามี)
  • ประเทศปลายทาง (Country): เลือกประเทศปลายทาง
  • เครื่องหมายการจัดส่ง (Shipping Mark): ระบุคำสั่งหรือหมายเหตุสำหรับการจัดส่ง (ไม่บังคับ)

3.3 แท็บรายละเอียดสินค้า

(Details)

1) เพิ่มรายการสินค้า (Add Item Details)

  • คลิกปุ่ม + เพื่อเพิ่มสินค้าในใบสั่งขาย

2) เลือกสินค้า (Select Items)

  • ระบบจะแสดงหน้าต่าง ข้อมูลสินค้า (Item Information)
  • เลือกสินค้าที่ต้องการจากรายการ แล้วคลิก เลือก (Select) เพื่อเพิ่มเข้าในใบสั่งขาย
  • สามารถค้นหาสินค้าได้จาก
    รหัสสินค้า (Item Code), ชื่อสินค้า (Item Name) หรือเงื่อนไขอื่น ๆ ที่กำหนดไว้

3) แสดงรายการสินค้าที่เลือก (View Selected Items)

  • หลังจากคลิก Select รายการสินค้าที่เลือกจะแสดงในแท็บ Details
    ของแบบฟอร์มใบสั่งขาย

4) แก้ไขรายละเอียดสินค้าในตาราง

(Edit Item Details in the Table)

ระบบจะสร้างแถวข้อมูลสำหรับแต่ละสินค้า โดยสามารถกรอกรายละเอียดดังนี้:

  • วันที่ส่งมอบ (Delivery Date)
  • วันที่เตรียมสินค้า (Picking Date)
  • จำนวน (Qty)
  • หน่วยนับ (Unit) เช่น PCS, KGS
  • ราคาต่อหน่วย (Unit Price)
  • มูลค่า (Amount) คำนวณอัตโนมัติ
  • ส่วนลด % (Discount %)
  • มูลค่าส่วนลด (Discount) คำนวณอัตโนมัติ
  • ยอดรวมสุทธิ (Total Amount)
  • เลขที่ใบสั่งซื้อลูกค้า (Cust. P/O No.)
  • สถานที่จัดส่ง (Delivery Location) เช่น HQ, Warehouse
  • เวลาจัดส่ง (Delivery Time)
  • คลังสินค้า (W/H Name)
  • บรรจุภัณฑ์ (Package) เช่น BOX10PCS, BOX5KGS
  • วิธีการขนส่ง (Shipment Via) เช่น ทางอากาศ ทางเรือ ทางบก
  • Incoterm เช่น FOB, CIF
  • สิทธิ์ BOI (BOI) หากมี
  • หมายเหตุ (Remark) ระดับรายการสินค้า (ไม่บังคับ)

5) ใช้ข้อมูลล่าสุด (Use Last Detail Information – ไม่บังคับ)

  • ทำเครื่องหมายที่ Use last detail information
    เพื่อดึงข้อมูลรายละเอียดจากใบสั่งขายล่าสุดมาใช้งาน
  • ระบบจะกรอกข้อมูลให้อัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาในการสร้างใบสั่งขายซ้ำ

ขั้นตอนที่ 4: บันทึกใบสั่งขาย

(Step 4: Save the Sales Order)

  • ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดที่กรอก เพื่อให้มั่นใจว่าถูกต้องครบถ้วน
  • คลิกปุ่ม บันทึก (Save) ที่มุมขวาบนของแบบฟอร์ม
    เพื่อบันทึกใบสั่งขาย

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบใบสั่งขาย

(Step 5: Verify the Sales Order)

  • ใบสั่งขายที่สร้างใหม่จะปรากฏในรายการใบสั่งขาย (Sales Order List)
  • สามารถใช้ตัวกรอง (Filter) หรือแถบค้นหา (Search Bar)
    เพื่อตรวจสอบข้อมูลโดยใช้เลขที่ใบสั่งขาย (S/O No)
    หรือชื่อลูกค้า (Customer Name)