Skip to main content
Table of Contents
< All Topics
Print

Supplier Overview

1. วัตถุประสงค์ (Objective)

ใช้สำหรับจัดการข้อมูลหลักของผู้ขาย (Supplier / Vendor) ในระบบ ERP เพื่อเก็บรวบรวมรายละเอียดที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกรรมการจัดซื้อ (Purchase) และการรับสินค้า (Receiving) รวมถึงการตั้งค่าเงื่อนไขการชำระเงิน ภาษี และสกุลเงิน เพื่อให้ข้อมูลในเอกสารจัดซื้อมีความถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

2. วิธีการเข้าใช้งาน (How to Access)

ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงหน้าจอจัดการข้อมูลผู้ขายได้ผ่านเมนู: Master -> Supplier

3. กระบวนการหลัก (Main Processes)

การสร้างข้อมูลผู้ขาย (Create)

  1. กดปุ่ม Add เพื่อเปิดหน้าจอเพิ่มข้อมูลผู้ขายใหม่
  2. ระบุข้อมูลที่จำเป็นในแถบต่างๆ:
    • แถบ Information (ข้อมูลทั่วไป):
      • Supplier Code: รหัสผู้ขาย (ต้องไม่ซ้ำในระบบ)
      • Prefix Code: รหัสขึ้นต้นสำหรับเอกสาร (เช่น ใช้ในการรันเลขที่ Lot สินค้าที่รับจากผู้ขายรายนี้)
      • Supplier Name: ชื่อผู้ขาย (ภาษาอังกฤษ และ ภาษาไทย)
      • Supplier Type: ประเภทผู้ขาย (เช่น Local, Overseas)
      • Currency: สกุลเงินหลักที่ใช้ซื้อขาย
      • VAT: รูปแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • แถบ Address (ที่อยู่):
      • Address 1: ที่อยู่หลัก (จำเป็นต้องระบุ)
      • Email: อีเมลสำหรับติดต่อ (สามารถระบุได้หลายอีเมลโดยคั่นด้วย ‘,’ หรือ ‘;’)
    • แถบ Contact (ผู้ติดต่อ): ระบุชื่อผู้ติดต่อ ตำแหน่ง และเบอร์โทรศัพท์
    • แถบ Account (บัญชี): ระบุรหัสบัญชีแยกประเภทที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
  3. กดปุ่ม Save เพื่อบันทึกข้อมูล

การแก้ไขข้อมูลผู้ขาย (Update)

  1. เลือกผู้ขายที่ต้องการแก้ไขจากรายการ (สามารถใช้ช่องค้นหาเพื่อความรวดเร็ว)
  2. กดปุ่ม Edit (ไอคอนรูปดินสอ) เพื่อเปิดหน้าจอแก้ไข
  3. แก้ไขข้อมูลตามต้องการ
  4. กดปุ่ม Save เพื่อบันทึกการเปลี่ยนแปลง
    • หมายเหตุ: รหัสผู้ขาย (Supplier Code) จะไม่สามารถแก้ไขได้หลังจากบันทึกครั้งแรกแล้ว

การลบหรือกู้คืนข้อมูลผู้ขาย (Delete / Recover)

  • การลบ (Delete): ใช้สำหรับปิดการใช้งานผู้ขายที่ไม่ได้ติดต่อแล้ว ข้อมูลจะถูกทำเครื่องหมายว่า “ลบแล้ว” และจะไม่ปรากฏให้เลือกในหน้าจอทำธุรกรรมใหม่ (เช่น หน้าจอใบสั่งซื้อ)
  • การกู้คืน (Recover): หากต้องการนำผู้ขายที่เคยลบไปแล้วกลับมาใช้งานใหม่ ให้เลือกรายการที่ถูกลบ (ติ๊กเลือก Show Deleted Records ในหน้าค้นหา) แล้วกดปุ่ม Recover

4. สถานะและการเปลี่ยนแปลงสถานะ (Status Flow)

แผนภาพสถานะ (Status Diagram)

DeleteRecoverใช้งาน - Activeลบแล้ว - Deleted

รายละเอียดสถานะ

ชื่อสถานะ (ไทย/อังกฤษ)สิ่งที่ทำได้สิ่งที่ทำไม่ได้วิธีการเปลี่ยนสถานะ
ใช้งาน (Active)แก้ไขข้อมูล, นำไปใช้งานในระบบจัดซื้อ/รับสินค้าแก้ไขรหัสผู้ขายกดปุ่ม Delete เพื่อลบ
ลบแล้ว (Deleted)ดูข้อมูล (Read-only), กู้คืนข้อมูล (Recover)แก้ไขข้อมูล, นำไปใช้งานในหน้าจอธุรกรรมใหม่กดปุ่ม Recover เพื่อกู้คืน

5. กระบวนการอัตโนมัติ (Automatic Processes)

  • การรันเลขที่ Lot (Lot Number Generation): ระบบจะใช้ Prefix Code ที่ตั้งค่าไว้ในข้อมูลผู้ขาย ไปเป็นส่วนหนึ่งของเลขที่ Lot เมื่อมีการรับสินค้าจากผู้ขายรายนี้ ช่วยให้สามารถติดตามย้อนกลับ (Traceability) ได้ง่ายขึ้น
  • การดึงข้อมูลอัตโนมัติ: เมื่อเลือกผู้ขายในหน้าจอใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ระบบจะดึงข้อมูลเงื่อนไขการชำระเงิน (Payment Term), สกุลเงิน (Currency) และรูปแบบภาษี (VAT) มาแสดงให้อัตโนมัติตามที่ตั้งค่าไว้

6. กฎเกณฑ์และข้อจำกัด (Business Rules & Validations)

การตรวจสอบข้อมูล (Data Validations)

  • รหัสผู้ขาย (Supplier Code): ต้องเป็นรหัสที่ไม่เคยมีอยู่ในระบบ และประกอบด้วยตัวอักษรหรือตัวเลขตามรูปแบบที่กำหนด
  • Prefix Code: จำเป็นต้องระบุเพื่อใช้ในกระบวนการรับสินค้า
  • ข้อมูลที่จำเป็น: ช่องที่มีเครื่องหมายดอกจัน (*) เช่น ชื่อผู้ขาย, ประเภทผู้ขาย, สกุลเงิน, และที่อยู่ 1 ต้องระบุข้อมูลเสมอ
  • รูปแบบอีเมล: หากระบุอีเมล ระบบจะตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบ (เช่น ต้องมี @ และ .com)

ข้อจำกัดตามสถานะ (Status-based Restrictions)

  • ผู้ขายที่มีสถานะ “ลบแล้ว” จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้จนกว่าจะทำการกู้คืน
  • ในหน้าจอทำธุรกรรมใหม่ จะไม่แสดงรายชื่อผู้ขายที่ถูกลบ เพื่อป้องกันการเลือกข้อมูลที่ผิดพลาด

ข้อจำกัดอื่นๆ (Other Restrictions)

  • การลบข้อมูลผู้ขายเป็นการลบแบบ Soft Delete (ข้อมูลยังอยู่ในฐานข้อมูลแต่ถูกปิดการใช้งาน) เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูลในเอกสารย้อนหลัง

7. คำถามที่พบบ่อยและการแก้ปัญหา (FAQ & Troubleshooting)

  1. ปัญหา: แก้ไขข้อมูลผู้ขายไม่ได้ ปุ่ม Save ไม่ปรากฏหรือกดไม่ได้
    • สาเหตุ: ผู้ขายรายนั้นอาจถูกลบไปแล้ว (สถานะ Deleted) หรือผู้ใช้งานไม่มีสิทธิ์ในการแก้ไข (Permission)
    • วิธีแก้ไข: ตรวจสอบว่ารายการถูกลบหรือไม่ หากถูกลบให้ทำการกู้คืน (Recover) ก่อน หรือติดต่อผู้ดูแลระบบเพื่อตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน
  2. ปัญหา: ค้นหาผู้ขายไม่เจอในหน้าจอหลัก
    • สาเหตุ: ผู้ขายอาจถูกลบไปแล้ว หรือใส่เงื่อนไขการค้นหาที่เจาะจงเกินไป
    • วิธีแก้ไข: ลองติ๊กเลือกช่อง “Show Deleted Records” ในหน้าค้นหา หรือล้างเงื่อนไขการค้นหาแล้วค้นหาใหม่อีกครั้ง
  3. ปัญหา: ใส่ Email หลายอันแล้วระบบแจ้งเตือนว่ารูปแบบไม่ถูกต้อง
    • สาเหตุ: การคั่นระหว่างอีเมลอาจใช้สัญลักษณ์ไม่ถูกต้อง
    • วิธีแก้ไข: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้เครื่องหมายคอมม่า (,) หรือ เซมิโคลอน (;) ในการคั่นระหว่างอีเมลแต่ละอัน และไม่มีช่องว่างเกินจำเป็น
  4. ปัญหา: Prefix Code คืออะไร และต้องใส่อย่างไร
    • สาเหตุ: เป็นรหัสย่อที่ใช้ระบุตัวตนผู้ขายในเลขที่ Lot สินค้า
    • วิธีแก้ไข: ระบุรหัสย่อที่สื่อถึงผู้ขาย (เช่น รหัสย่อบริษัท 2-3 ตัวอักษร) เพื่อให้ง่ายต่อการจำแนกสินค้าในคลัง
  5. ปัญหา: แก้ไขรหัสผู้ขาย (Supplier Code) ไม่ได้
    • สาเหตุ: รหัสผู้ขายถูกใช้เป็นคีย์หลักในการเชื่อมโยงข้อมูลกับเอกสารจัดซื้อและบัญชี จึงไม่อนุญาตให้แก้ไขเพื่อป้องกันข้อมูลผิดพลาด
    • วิธีแก้ไข: หากจำเป็นต้องเปลี่ยนรหัส ให้ทำการลบ (Delete) รหัสเดิม และสร้างข้อมูลผู้ขายใหม่ด้วยรหัสที่ถูกต้อง