Skip to main content
Table of Contents
< All Topics
Print

Receive Special Overview

คู่มือการใช้งาน: การรับใบแจ้งหนี้พิเศษ (Receive Special)

1. วัตถุประสงค์ (Objective)

หน้าจอ การรับใบแจ้งหนี้พิเศษ (Receive Special) ใช้สำหรับบันทึกการรับสินค้าเข้าคลัง (Stock-In) ในกรณีพิเศษที่ไม่มีใบสั่งซื้อ (P/O) อ้างอิง หรือเป็นการรับสินค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการระบุแหล่งที่มา โดยผู้ใช้สามารถเลือกผูกยอดรับเข้ากับ ผู้ขาย (Vendor) หรือ ลูกค้า (Customer) ก็ได้ตามความเหมาะสมของรายการ

หน้าที่หลักของหน้าจอนี้:

  • บันทึกการรับสินค้าเข้าสต็อกแบบทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการจัดซื้อปกติ
  • รองรับการรับเข้าในนามลูกค้า (เช่น กรณีรับสินค้าคืนเพื่อซ่อม หรือฝากส่ง) หรือผู้ขาย
  • สร้างหมายเลข Lot สินค้าให้อัตโนมัติพร้อมระบบควบคุมอายุการใช้งาน (Shelf Life)
  • พิมพ์สติ๊กเกอร์บาร์โค้ดและใบสำคัญการรับเข้า

2. วิธีการเข้าใช้งาน (How to Access)

เส้นทางเมนู (Menu Path): Receiving (การรับสินค้า) > Receive Special (รับใบแจ้งหนี้พิเศษ)


3. ขั้นตอนการทำงาน (Main Processes)

3.1 การสร้างรายการรับเข้าพิเศษ (Create Special Receipt)

  1. กดปุ่ม Add New (+) เพื่อเริ่มสร้างเอกสารใหม่
  2. ระบุวันที่รับสินค้า (Date) โดยระบบจะตั้งค่าเริ่มต้นเป็นวันที่ปัจจุบันตามรอบบัญชีทื่เปิดอยู่
  3. เลือกคลังสินค้า (Location) ที่ต้องการนำสินค้าเข้าเก็บ
  4. การระบุแหล่งที่มา: เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง:
    • Supplier (ผู้ขาย): กรณีเป็นการรับสินค้าจากผู้ส่งมอบ
    • Customer (ลูกค้า): กรณีเป็นการรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า
    [!NOTE] ระบบอนุญาตให้เลือกได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากระบุลูกค้าแล้วช่องผู้ขายจะถูกข้ามไปอัตโนมัติ
  5. ระบุเลขที่เอกสารอ้างอิง (Ref. Doc No) หรือเลขที่ P/O (ถ้ามี) เพื่อใช้ในการสืบค้น

3.2 การจัดการรายการสินค้าและ Lot (Items & Lot Management)

  1. กดปุ่มเพื่อเพิ่มรายการสินค้า (Detail)
  2. ระบุจำนวนที่รับเข้า (Qty) และหน่วยนับ (Unit)
  3. ฟีเจอร์ Get New Lot Only:
    • หากติ๊กเลือก “Get New Lot Only” ระบบจะทำการสร้างหมายเลข Lot ใหม่ให้กับสินค้ารายการนั้นเสมอ แม้ว่าจะเป็นสินค้าชนิดเดียวกันทื่เคยรับเข้ามาแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการปะปนของสินค้า
  4. ระบุวันผลิต (Production Date) เพื่อให้ระบบคำนวณวันหมดอายุ (Expire Date) ตามนโยบายการเก็บรักษาของสินค้านั้นๆ

3.3 การบันทึกและพิมพ์ (Saving & Printing)

  • เมื่อบันทึกสำเร็จ ระบบจะเปลี่ยนสถานะเป็น Active และทำการเพิ่มยอดสต็อกสินค้าทันที
  • ผู้ใช้สามารถสั่งพิมพ์ Barcode เพื่อติดสินค้า หรือพิมพ์ Receiving Slip เพื่อเป็นหลักฐานการรับเข้าได้จากหน้าจอนี้

3.4 การยกเลิกรายการ (Cancel)

  • หากพบข้อผิดพลาด ผู้ใช้สามารถยกเลิกรายการได้โดยการเลือกรายการที่ต้องการแล้วกดปุ่ม Cancel
  • เงื่อนไขสำคัญ: ระบบจะอนุญาตให้ยกเลิกได้เฉพาะรายการที่มีสินค้าคงเหลือ (Onhand) เพียงพอที่จะหักออกเท่านั้น หากสินค้าถูกเบิกจ่ายไปแล้วจะไม่สามารถยกเลิกได้

4. สถานะและการเปลี่ยนแปลงสถานะ (Status Flow)

graph LR
    D[Draft] -- บันทึกสำเร็จ --> A[Active]
    A -- ยกเลิกรายการ --> C[Canceled]
  • สถานะ: Draft (ร่าง)
    • สามารถ: แก้ไขข้อมูล, เพิ่ม/ลดรายการสินค้า, ลบทิ้ง
    • ไม่สามารถ: พิมพ์บาร์โค้ด (จนกว่าจะบันทึกสำเร็จ)
    • เปลี่ยนเป็น: Active เมื่อกดปุ่ม “Save”
  • สถานะ: Active (ใช้งาน)
    • สามารถ: พิมพ์บาร์โค้ด, พิมพ์ใบรับสินค้า, ยกเลิกเอกสาร (Cancel)
    • ไม่สามารถ: แก้ไขจำนวนหรือเปลี่ยนรหัสสินค้าในรายการที่บันทึกไปแล้ว
    • เปลี่ยนเป็น: Canceled เมื่อกดปุ่ม “Cancel”
  • สถานะ: Canceled (ยกเลิก)
    • เป็นสถานะสุดท้ายของเอกสาร ไม่สามารถนำกลับมาแก้ไขหรือใช้งานใหม่ได้

5. กระบวนการอัตโนมัติ (Automatic Processes)

  1. Auto Document Number: ระบบรันเลขที่เอกสารให้อัตโนมัติ (เช่น RS2401-0001) โดยสามารถดึงรหัส Prefix จากข้อมูลผู้ขายมานำหน้าได้
  2. Auto Lot Generation: สร้างหมายเลข Lot ทันทีที่มีการบันทึก โดยจะคำนึงถึงเงื่อนไข “New Lot Only” ที่ผู้ใช้ระบุ
  3. Shelf Life Calculation: คำนวณวันหมดอายุอัตโนมัติทันทีที่ระบุวันผลิต โดยอ้างอิงข้อมูลจากมาตรฐานสินค้า (Item Master)
  4. Inventory Sync: ปรับเพิ่มยอดคงเหลือในคลังและบันทึกประวัติการเคลื่อนไหวสินค้า (Transaction) ทันทีที่เอกสารเปลี่ยนสถานะเป็น Active

6. กฎเกณฑ์และข้อจำกัด (Business Rules & Validations)

  • การตรวจสอบแหล่งที่มา (Source Validation): เอกสารต้องมีการระบุผู้ขาย (Vendor) หรือลูกค้า (Customer) อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ จะเว้นว่างทั้งสองอย่างไม่ได้
  • การควบคุมรอบบัญชี (Period Lock): ไม่สามารถบันทึกหรือยกเลิกเอกสารในวันที่ที่รอบบัญชีถูกปิด (Period Off) ไปแล้ว
  • ยอดคงเหลือมือก่อนยกเลิก (Onhand Check): การยกเลิก (Cancel) จะกระทำได้ต่อเมื่อยอดสินค้าใน Lot นั้นๆ ยังคงมีอยู่ครบตามจำนวนที่รับเข้า หากมีการเบิกออกไปบางส่วนแล้ว ระบบจะบล็อกการยกเลิกเพื่อป้องกันยอดสต็อกติดลบ
  • การควบคุมอายุสินค้า: สำหรับสินค้าที่ต้องเก็บตัวอย่างหรือตรวจคุณภาพ (Batch/QC) ระบบจะบังคับให้ใส่ข้อมูลวันผลิตให้ครบถ้วนก่อนบันทึก

7. คำถามที่พบบ่อยและการแก้ปัญหา (FAQ & Troubleshooting)

Q: ทำไมช่องสำหรับเลือกผู้ขาย (Vendor) ถึงกดไม่ได้? A: ตรวจสอบว่าคุณได้มีการระบุชื่อลูกค้า (Customer) ไปก่อนหน้านี้หรือไม่ เนื่องจากระบบอนุญาตให้เลือกได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

Q: ระบบแจ้งว่า “Onhand not enough” ขณะที่กำลังพยายาม Cancel? A: เกิดจากสินค้าใน Lot ดังกล่าวถูกนำไปใช้งานหรือขายออกไปแล้ว ทำให้ยอดคงเหลือไม่พอให้ระบบดึงคืน คุณต้องทำการปรับสต็อก (Adjust) หรือดึงสินค้ากลับเข้า Lot เดิมก่อนจึงจะทำการยกเลิกเอกสารนี้ได้

Q: ทำไมวันหมดอายุ (Expire Date) ถึงไม่แสดงผล? A: ตรวจสอบใน Item Master ว่าสินค้านั้นๆ ได้เปิดการใช้งาน “Shelf Life Control” ไว้หรือไม่ หากไม่ได้เปิดไว้ ระบบจะไม่คำนวณวันหมดอายุให้

Q: สามารถแก้ไขรายการที่ Save ไปแล้วได้หรือไม่? A: ข้อมูลหลักเช่น รหัสสินค้า และจำนวน จะถูกล็อกเพื่อความถูกต้องของสต็อก หากต้องการแก้ไข ให้ทำรายการ Cancel และสร้างใบใหม่แทน

Q: เลข Lot ที่ระบบสร้างให้มาจากไหน? A: มาจากการตั้งค่าในระบบ โดยปกติจะเป็นการผสมระหว่างรหัสคลังสินค้า วันที่รับเข้า หรือรหัสผู้ขาย