การสร้างผลการทำงานโดยอ้างอิงใบสั่งผลิต (Creating Work Result by Job Order)
1. บทนำ (Introduction)
คู่มือนี้อธิบายขั้นตอนการ สร้างผลการทำงานโดยเชื่อมโยงกับใบสั่งผลิตที่มีอยู่แล้ว
ในระบบ FLEX Cloud App
เมื่อสร้างผลการทำงานโดยอ้างอิงใบสั่งผลิต
ระบบจะดึงข้อมูลจากใบสั่งผลิตมาใช้งานโดยอัตโนมัติ
และปรับปรุงสถานะและความคืบหน้าของใบสั่งผลิตให้สอดคล้องกับผลการผลิตจริง
ช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพในการบันทึกข้อมูลการผลิต
2. ขั้นตอนการสร้างผลการทำงานโดยอ้างอิงใบสั่งผลิต (Steps to Create a Work Result by Job Order)
ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่โมดูลผลการทำงาน
(Navigate to Work Result Module)
- เข้าสู่ระบบ FLEX Cloud App
(Log in to FLEX Cloud App) - ไปที่เมนู การผลิต → ผลการทำงาน
(Production → Work Result) จากเมนูด้านซ้าย - คลิก เพิ่มใหม่
(Add New) เพื่อสร้างผลการทำงานรายการใหม่
ขั้นตอนที่ 2: เชื่อมโยงกับใบสั่งผลิต
(Link to a Job Order)
- ในหน้าจอ ข้อมูลผลการทำงาน
(Work Result Information) - เลือก หมายเลขใบสั่งผลิต
(Job Order No.) จากรายการแบบเลื่อนลง - ระบบจะดึงข้อมูลจากใบสั่งผลิตมาแสดงโดยอัตโนมัติ เช่น:
- รหัสสินค้า (Item Code)
- ไลน์การผลิต (Production Line)
- วันที่งาน (Job Date)
- ข้อมูลกะการทำงาน (Shift Information)
- สถานที่จัดเก็บสินค้า / คลังสินค้า
(Order Location / Store Location) - จำนวนที่สั่งผลิต / ปริมาณคงค้าง
(Job Quantity / Outstanding Quantity)
ขั้นตอนที่ 3: กรอกข้อมูลผลการทำงานเพิ่มเติม
(Enter Work Result Information)
- ตรวจสอบข้อมูลที่ระบบดึงมาจากใบสั่งผลิตให้ถูกต้อง
- กรอกข้อมูลเพิ่มเติมที่จำเป็น เช่น:
- วันที่ผลิตจริง (Production Date)
- วันที่ตัดใช้วัตถุดิบ (Consumption Date)
- สถานที่จัดเก็บของไม่ได้มาตรฐาน
(NG Location) - หมายเหตุ (Remark) หากจำเป็น
ขั้นตอนที่ 4: ข้อมูล Batch และข้อมูลสินค้าดี
(Batch and Good Information)
- ไปที่แท็บ ข้อมูล Batch
(Batch Information) - ตรวจสอบ:
- รหัส BOM (BOM Code)
- กระบวนการผลิต (Process)
- ไปที่แท็บ ข้อมูลสินค้าดี
(Good Information) - ระบุข้อมูล:
- จำนวนสินค้าดี (Good Qty)
- จำนวนที่ต้องแก้ไข (Rework Qty)
- จำนวนของเสีย (NG Qty)
- คลิกปุ่ม เพิ่ม (+)
เพื่อเพิ่ม หลายหมายเลขล็อต
(Multiple Lot Numbers) หากจำเป็น - ระบบจะติดตามความคืบหน้าการผลิต
โดยอ้างอิงข้อมูลจากใบสั่งผลิตโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 5: ข้อมูลการตัดใช้วัตถุดิบ
(Consumption Information)
- ไปที่แท็บ ข้อมูลการตัดใช้วัตถุดิบ
(Consumption Information) - ระบบจะดึงรายการวัตถุดิบ
จาก โครงสร้างวัตถุดิบ (BOM)
ของใบสั่งผลิตมาให้อัตโนมัติ - ผู้ใช้งานสามารถปรับปริมาณวัตถุดิบ
ให้ตรงกับการใช้งานจริงได้ หากจำเป็น - เลือก ประเภทการตัดใช้วัตถุดิบ
(Consumption Type):- อัตโนมัติ (FIFO)
(Auto – FIFO) - เลือกด้วยตนเอง
(Manual)
- อัตโนมัติ (FIFO)
- คลิก โหลดข้อมูลใหม่
(Reload)
เพื่ออัปเดตข้อมูลวัตถุดิบคงเหลือล่าสุด
ขั้นตอนที่ 6: บันทึกผลการทำงานและอัปเดตใบสั่งผลิต
(Save and Update Job Order Status)
- ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ถูกต้องครบถ้วน
- คลิก บันทึก
(Save) เพื่อบันทึกผลการทำงาน - ระบบจะ:
- ปรับปรุง ปริมาณคงค้างของใบสั่งผลิต
(Outstanding Quantity) - หากผลิตครบตามจำนวน
ระบบจะเปลี่ยนสถานะใบสั่งผลิตเป็น
งานเสร็จสมบูรณ์ (Completed)
- ปรับปรุง ปริมาณคงค้างของใบสั่งผลิต
3. การพิมพ์สติกเกอร์บาร์โค้ด (Printing Barcode Labels)
- หลังจากบันทึกผลการทำงานแล้ว
ไปที่แท็บ พิมพ์บาร์โค้ด
(Print Barcode) - เลือก ล็อตสินค้าสำเร็จรูป
- เลือกรูปแบบฉลาก
(Barcode / Label Format) - คลิก พิมพ์
(Print) เพื่อสร้างสติกเกอร์บาร์โค้ด
4. ข้อควรทราบ (Important Notes)
- ข้อมูลใบสั่งผลิตจะถูกดึงมาอัตโนมัติ
เพื่อลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูล - ผลการทำงานจะมีผลต่อ:
- ความคืบหน้าการผลิต
- สถานะของใบสั่งผลิต
- ผู้ใช้งานสามารถปรับวัตถุดิบ
ให้ตรงกับการใช้งานจริงได้ - สติกเกอร์บาร์โค้ดช่วยในการ:
- ติดตามสินค้า
- ควบคุมคุณภาพ
- การจัดส่งสินค้า
5. สรุป (Conclusion)
การสร้างผลการทำงานโดยอ้างอิงใบสั่งผลิต
ช่วยให้การบันทึกข้อมูลการผลิตมีความถูกต้องและเป็นระบบ
ระบบ FLEX Cloud App ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งผลิต
กับผลการทำงานโดยอัตโนมัติ
ลดความผิดพลาด เพิ่มความรวดเร็ว
และช่วยให้กระบวนการผลิตสามารถติดตามและตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
