การสร้างใบสั่งผลิต (Creating a Job Order)
1. บทนำ (Introduction)
คู่มือนี้อธิบายขั้นตอนการ สร้างใบสั่งผลิต ในระบบ FLEX Cloud App
ใบสั่งผลิตทำหน้าที่เป็นคำสั่งงานสำหรับทีมผลิต
เพื่อผลิตสินค้าที่กำหนด ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ระบุไว้
ช่วยให้การวางแผน การควบคุม และการติดตามงานผลิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
2. เงื่อนไขก่อนการสร้างใบสั่งผลิต (Prerequisites)
ก่อนดำเนินการสร้างใบสั่งผลิต โปรดเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบถ้วน:
- รายละเอียดสินค้า
(ข้อมูลสินค้า / รายการผลิต / ข้อกำหนดสินค้า)
(Product Details: Order Item, Job Item, Specifications) - ปริมาณที่ต้องการผลิต
(Production Quantity) - โครงสร้างวัตถุดิบ
(Bill of Materials: BOM) - แผนการผลิตและวันครบกำหนด
(Production Schedule and Due Date) - แผนกหรือไลน์การผลิตที่รับผิดชอบ
(Assigned Department / Production Line) - ความพร้อมของวัตถุดิบ
(Raw Material Availability) - ข้อมูลอ้างอิงคำสั่งซื้อจากลูกค้า (ถ้ามี)
(Customer Order Reference)
3. การเข้าถึงระบบ (Accessing the System)
- เข้าสู่ระบบ FLEX Cloud App ด้วยบัญชีผู้ใช้งาน
(Log in to FLEX Cloud App) - ไปที่เมนู การผลิต
(Production Module) - คลิกเมนู ใบสั่งผลิต จากแถบเมนูด้านซ้าย
(Job Order Menu)
4. ขั้นตอนการสร้างใบสั่งผลิตใหม่ (Creating a New Job Order)
4.1 เริ่มต้นสร้างใบสั่งผลิต (Start Creating Job Order)
- คลิกปุ่ม เพิ่มใหม่
(Add New)
4.2 การกรอกข้อมูลใบสั่งผลิต (Job Order Information)
กรอกข้อมูลที่จำเป็นดังต่อไปนี้:
- ประเภทโครงสร้างวัตถุดิบ (BOM Type)
เลือก Assembly, Batch หรือ Temporary - ใช้โครงสร้างวัตถุดิบมาตรฐาน (Use Standard BOM)
เลือกเมื่อใช้ BOM ที่กำหนดไว้ในระบบ - สินค้าที่สั่งผลิต (Order Item)
เลือกรายการสินค้าที่ต้องการผลิต - ปริมาณที่สั่งผลิต (Order Qty)
ระบุจำนวนที่ต้องการผลิต - โครงสร้างวัตถุดิบมาตรฐาน (BOM Standard)
เลือก BOM ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) - หน่วยนับของคำสั่งผลิต (Order Unit)
- กระบวนการผลิต (Select Process)
- อัตราผลได้ (Yield Rate)
ค่าเริ่มต้น 100 สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม - รายการผลิต (Job Item)
- ปริมาณการผลิต (Job Qty)
ระบบกำหนดให้อัตโนมัติตามปริมาณที่สั่งผลิต - ไลน์การผลิต (Production Line)
- ไลน์เครื่องจักร (Machine Line)
- สถานที่ดำเนินการผลิต (Order Location)
- สถานที่จัดเก็บวัตถุดิบ (Store Location)
- วันที่เริ่มต้นการผลิต (Start Date)
- กะเริ่มต้นการผลิต (Start Shift)
- กะถัดไป / วันถัดไป (Next Shift / Next Day)
- เลขที่ใบสั่งซื้อลูกค้า (Customer P/O No.) ถ้ามี
- เลขที่ใบสั่งขาย (S/O No.) ถ้ามี
- ข้อมูลลูกค้าแบบย่อ (Short Customer)
- หมายเหตุสีสินค้า (Color Remark)
- วันที่ประทับตรา (Stamp Date)
- เงื่อนไขพิเศษ
- สารก่อภูมิแพ้
- กระบวนการสุดท้าย
- เปลี่ยนแปลงปริมาณที่สั่งผลิต
(Allergy / Final Process / Order Qty Changed)
เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว
คลิก คำนวณ เพื่อยืนยันความถูกต้องของข้อมูล
(Click Calculate to Verify Inputs)
5. รายละเอียดใบสั่งผลิต (Job Order Details)
- ไปที่แท็บ รายละเอียดงาน
(Details Tab) - ตรวจสอบข้อมูลสรุปของใบสั่งผลิต เช่น:
- สถานะใบสั่งผลิต (Status)
- หมายเลขชุดการผลิต (Batch No.)
- วันที่ผลิต (Production Date)
- กะการทำงาน (Shift)
- เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุด (Start Time / Finish Time)
- รายละเอียดโครงสร้างวัตถุดิบ (BOM Details)
- ปริมาณและหน่วยนับ (Quantity & Unit)
- หากต้องการแก้ไขข้อมูล
คลิกไอคอน แก้ไข
(Edit Icon)
6. การกำหนดทรัพยากรการผลิต (Assigning Resources)
- ไปที่แท็บ ทรัพยากร
(Resource Tab) - เพิ่มหรือแก้ไขทรัพยากรที่ใช้ในการผลิต เช่น:
- ชื่อทรัพยากร (Resource Name)
- ประเภททรัพยากร (Resource Type)
- จำนวนทรัพยากร (Resource Quantity)
- เวลาเตรียมงาน (Setup Time)
- เวลาในการผลิต (Production Time)
- เวลารื้อถอนหรือสิ้นสุดงาน (Teardown Time)
- คลิก บันทึก เพื่อจัดเก็บข้อมูล
(Save Resource Allocation)
7. การอ้างอิงใบสั่งผลิต (Referencing a Job Order)
- ไปที่แท็บ อ้างอิงใบสั่งผลิต
(Reference Job Tab) - ตรวจสอบใบสั่งผลิตที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงข้อมูล เช่น:
- สถานะใบสั่งผลิต (Status)
- รายการผลิต (Job Item)
- หมายเลขใบสั่งผลิต (Job Order Number)
- ข้อมูลกระบวนการผลิต (Process Information)
- ปริมาณและหน่วยนับ (Quantity & Unit)
- คลิก ข้อมูล หรือ รายละเอียด
เพื่อดูข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม
(Info / Detail)
8. สรุป (Conclusion)
การสร้างใบสั่งผลิตเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมกระบวนการผลิต
การกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องตั้งแต่ต้น
จะช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความชัดเจนในการทำงาน
และทำให้การติดตามและรายงานผลการผลิตในระบบ FLEX Cloud App
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
